Top 50 Popular Supplier
1 การเพิ่มเว็บลงใน e-directory 64,577
2 E&L INTERNATIONAL CO., LTD. 64,357
3 T.N. METAL WORKS Co., Ltd. 59,242
4 เคอีบี (KEB ) ประเทศไทย 56,850
5 ฟิลิปส์อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด 45,737
6 บ.ไทนามิคส์ จำกัด 40,911
7 สถาบันไทยเยอรมัน 39,710
8 Industrial Provision co., ltd 36,638
9 ลาดกระบัง ทูลส์ แอนด์ ดาย จำกัด 36,550
10 Infinity Engineering System Co.,Ltd 34,423
11 สยาม เอลมาเทค (siam elmatech) 32,524
12 ไทยเทคนิค อีเล็คตริค จำกัด 31,713
13 ฟอร์จูน เมคคานิค แอนด์ ซัพพลาย 30,208
14 เอเชียเทค พาวเวอร์คอนโทรล จำกัด 29,654
15 บริษัท เวิลด์ ไฮดรอลิคส์ จำกัด 29,280
16 โปรไดร์ฟ ซิสเต็ม จำกัด 26,153
17 ซี.เค.แอล.โพลีเทค เอ็นจิเนียริ่ง 25,145
18 ธรรมคุณ ออโตเมชั่น 23,316
19 P.D.S. Automation co.,ltd 21,748
20 AVERA CO., LTD. 21,373
21 เลิศบุศย์ 20,568
22 ห้างหุ้นส่วนสามัญ เอ-รีไซเคิล กรุ๊ป 19,087
23 เทคนิคอล พรีซิชั่น แมชชีนนิ่ง 19,041
24 แมชชีนเทค 18,753
25 Electronics Source Co.,Ltd. 18,603
26 มากิโน (ประเทศไทย) 18,098
27 อีดีเอ อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด 17,988
28 ทรอนิคส์เซิร์ฟ จำกัด 17,661
29 Pro-face South-East Asia Pacific Co., Ltd. 17,487
30 SAMWHA THAILAND 17,105
31 โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ 16,708
32 CHEMTEC AUTOMATION CO.,LTD. 16,352
33 วอยก้า จำกัด 16,242
34 IWASHITA INSTRUMENTS (THAILAND) LTD. 16,226
35 ดีไซน์ โธร แมนูแฟคเจอริ่ง 16,210
36 Intelligent Mechantronics System (Thailand) 16,060
37 I-Mechanics Co.,Ltd. 16,025
38 เอส.เอส.บี สยาม จำกัด 16,003
39 Systems integrator 15,596
40 ศรีทองเนมเพลท จำกัด 15,571
41 เอ็นเทค แอสโซซิเอท จำกัด 15,462
42 Advanced Technology Equipment 15,248
43 ดาต้า เอ็นทรี่ กรุ๊ป จำกัด 15,219
44 SUNAI GROUP CO.,LTD. 15,075
45 CHENGGANG Electrical Engineering 15,061
46 Autodesk Asia Pte Co., Ltd. 14,981
47 Pan Drives Co.,Ltd 14,975
48 K.P. Trading Group Company Limited 14,912
49 มิตราคม (Mitracom) 14,867
50 เลิศบุศย์ 13,880
06/10/2552 09:36 น. , อ่าน 5,620 ครั้ง
Bookmark and Share
จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องแยกสาขาย่อยเป็นวิศวกรรมยานยนต์?
โดย : Admin
 

 

                 

             สาขาวิศวกรรมยานยนต์ (Automotive Engineering) เป็นสาขาวิชาที่เน้นให้นิสิตมีความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์เป็นพิเศษ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อผลิตบุคลากรออกไปทำงานในอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ และชิ้นส่วน ในประเทศ     
 

  หากพิจารณาดู อาจแบ่งรถยนต์ออกเป็นส่วนหลักได้ดังนี้   
1. Power train:   อันได้แก่ เครื่องยนต์ซึ่งเป็นตัวต้นกำลังสำหรับผลิตงานกลจากการแปลงพลังงานรูปอื่น เช่น พลังงานเคมีในเชื้อเพลิง ระบบถ่ายทอดกำลังซึ่งอาจประกอบด้วย คลัตซ์ กระปุกเกียร์ และระบบเพลาที่ต่อไปสู่ล้อขับ
2. โครงและตัวถัง: ซึ่งใช้รับแรงที่เกิดขึ้น โดยไม่มีการเสียรูปเกินขอบเขตที่กำหนด
3. ระบบรองรับ (Suspension system): สำหรับรองรับตัวรถบนล้อ ประกอบด้วย สปริงและตัวหน่วงเพื่อดูดซับความสั่นสะเทือนจากล้อในผ่านไปสู่ตัวถังน้อยที่สุด รวมทั้งควบคุมการโคลง หรือเอียงขณะเลี้ยวเพื่อให้รถมีเสถียรภาพในการขับขี่ดี แขนเต้นหรือปีกนกของระบบรองรับต้องไม่ทำให้ล้อเบี่ยงเบนไปจากสภาวะตั้งฉากกับถนนขณะรถโคลง หรือเอียง
4. ระบบบังคับทิศทาง: สำหรับให้รถมีเสถียรภาพในการวิ่งบนทางตรง และปรับเรขาคณิตของล้อขณะเลี้ยวให้ล้อใน และล้อนอกกลิ้งโดยมีการเลื่อนไถลน้อยที่สุด
5. ระบบห้ามล้อ: สำหรับเปลี่ยนพลังงานจลน์เป็นความร้อน เมื่อต้องการลดความเร็ว โดยจะต้องไม่ทำให้รถสูญเสียการทรงตัว และการบังคับทิศทาง
6. ระบบเสริมอื่นๆ: เช่น ระบบปรับสภาวะอากาศ ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบถุงลมนิรภัย ฯลฯ


 

 

 

 

 

 

       



              จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า สำหรับงานวิเคราะห์ และสังเคราะห์เพื่อการออกแบบจะต้องอาศัยศาสตร์วิศวกรรมพื้นฐานหลักคือ กลศาสตร์ประยุกต์ทั้งของแข็งและของไหล (อย่าลืมว่ารถยนต์เคลื่อนที่ไปในอากาศ และเครื่องยนต์ใช้ของไหลเป็นสารทำงาน) เทอร์โมไดนามิกส์ และเคมีในการแปลงพลังงานอื่นๆ เป็นพลังงานกล รวมทั้งการควบคุมมลภาวะจากอุปกรณ์ต้นกำลังที่ใช้กระบวนการสันดาปเป็นกระบวนการแปลงพลังงาน การถ่ายเทความร้อน การหล่ออื่น การควบคุมอัตโนมัติ ซึ่งในปัจจุบันแนวโน้มมุ่งไปสู่การควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งแม่นยำกว่าการควบคุมเชิงกลล้วนๆ มอเตอร์ไฟฟ้า และวงจรไฟฟ้ากำลัง

 

     วิศวกรรมยานยนต์ VS วิศวกรรมเครื่องกล
                    จากรายละเอียดของวิศวกรรมยานยนต์ จะเห็นได้ว่ารถยนต์นั้นประกอบด้วยอุปกรณ์กลจำนวนมาก ร่วมกับอุปกรณ์ไฟฟ้าจำนวนหนึ่ง โดยอุปกรณ์ทั้งหมดมีแนวโน้มจะใช้ระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์แบบไมโครโปรเซสเซอร์ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาก มองดูในแง่วิชาการ การสอนระดับปริญญาตรี จึงจำเป็นที่ต้องเริ่มที่วิชาพื้นฐาน คือ กลศาสตร์ของแข็ง ของไหล วัสดุ และจักรกล เทอร์โมไดนามิกส์ การถ่ายเทความร้อน ไฟฟ้ากำลัง วงจรอิเล็กทรอนิกส์ การควบคุมอัตโนมัติ และการออกแบบ ซึ่งก็เป็นวิชาพื้นฐานของวิศวกรรมเครื่องกลเช่นกัน ซึ่งเมื่อไปดูหลักสูตรมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ จะพบว่าในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นจะมีการสอนวิชาวิศวกรรมยานยนต์ในสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล ดังนั้นความแตกต่างของสาขาวิชานี้จึงอยู่ที่วิชาเลือก และบังคับเลือก ซึ่งจะเน้นการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์โดยเฉพาะ

 

 

ขอบคูณทุกแหล่งที่มาของข้อมูล

 



นายเอ็นจิเนียร์ขอสงวนสิทธิ์รับรองความถูกต้อง โปรดใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสารข้อมูล


 ลิงค์ช่องยูทุปของ 9engineer.com => คลิก=> technology talk
 
ขอกำลังใจจากเพื่อนๆสมาชิกช่วยสนับสนุนด้วยการกดซับสไคร์ กดกระดิ่งติดตาม กดไลค์และกดแชร์ด้วยครับ

24 September 2022
:: MEMBER LOGIN
E-mail Account
Password
:: OUR SPONSORS